ส่วนผสมใน Skincare ที่ #คุณแม่ตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยง



🤱 ส่วนผสมใน Skincare ที่ #คุณแม่ตั้งครรภ์ ควรหลีกเลี่ยง 🤰🤔

ช่วงเวลานับตั้งแต่ตั้งครรภ์จนกระทั่งหลังคลอด สรีระร่างกาย อารมณ์ ตลอดจนสภาพผิวพรรณของคุณแม่ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะปัญหาฝ้า กระ สิวและผิวหมองคล้ำ ที่ทำให้รู้สึกกังวลใจอยู่ไม่น้อย

การใช้สกินแคร์บำรุงผิวในช่วงเวลาสำคัญนี้ นอกจากจะต้องคำนึงถึงสภาพผิวที่มีความเปราะบาง (Sensitive) มากขึ้นแล้ว ยังต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยที่อาจส่งผลกระทบต่อเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในครรภ์มากเป็นพิเศษด้วย

👉จริงๆแล้ว ส่วนผสมตัวไหนที่ไม่ดีต่อทารกในครรภ์ ตัวไหนที่ต้องระวังและหลีกเลี่ยง วันนี้แอดมินจะมาสรุปให้ฟังค่ะ 👉

(*อ้างอิงข้อมูลหลักจากงานวิจัย “Safety of skin care products during pregnancy” โดย Pina Bozzo, Angela Chua-Gocheco, MD, and Adrienne Einarson, RN)

1. วิตามิน A และอนุพันธุ์ (Topical retinoids) แม้จริงๆแล้วกรดวิตามินเอที่ถูกดูดซึมจากผิวหนังเข้าสู่ร่างกายจะมีปริมาณค่อนข้างน้อยมาก แต่งานวิจัยพบว่ามีรายงานถึง 4 เคสเกี่ยวกับผลกระทบต่อการคลอด/การผิดปกติของทารก (Birth Defects) ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ Retinoid (วิตามินเอและอนุพันธุ์ของวิตามินเอ) แม้ว่าบทสรุปยังเป็นที่ถกเกียงกันอยู่และยังไม่ชัดเจน แต่คุณแม่ตั้งครรภ์ก็ควรจะหลีกเลี่ยงและไม่ควรเสี่ยงกับการใช้ส่วนผสมชนิดนี้

2. Hydroquinone ไฮโดรควิโนนเป็นยาทาผิวหนังที่ช่วยยับยั้งกระบวนการเปลี่ยนแปลงของสีผิว นำมาใช้รักษาภาวะผิวหนังสร้างเม็ดสีมากผิดปกติ ส่วนผสมชนิดนี้สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายในอัตราที่สูงถึง 35%–45.3% แม้จะมีงานวิจัยทางคลินิกล่าสุดพบว่า การใช้ไฮโดรควิโนน ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงของการผิดปกติที่เพิ่มขึ้นอย่างสำคัญต่อการตั้งครรภ์ แต่ก็ทำการศึกษาในจำนวนอาสาสมัครที่มีจำนวนน้อย ดังนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์จึงไม่ควรเสี่ยงกับการใช้ส่วนผสมชนิดนี้ (*หมายเหตุ ส่วนผสมชนิดนี้เป็นสารต้องห้ามใช้ในเครื่องสำอางค์ และต้องใช้ตามดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้น)

❌✅3.กันแดด โดยทั่วไปการใช้กันแดดจะช่วยปกป้องผิวจากรังสีที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง แต่งานวิจัยชิ้นใหม่ล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2020* ที่ผ่านมาพบว่า Chemical Sunscreen อย่าง Oxybenzone, Avobenzone, Ecamsule และ Octocrylene สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดในระดับที่เกินค่ามาตรฐานของ US FDA แม้ว่าจะยังไม่มีงานวิจัยทางคลินิกและบทสรุปยังเป็นที่ถกเกียงกันอยู่ แต่คุณแม่ตั้งครรภ์ต้องระมัดระวังและควรหลีกเลี่ยงการใช้กันแดดที่มีส่วนผสมเหล่านี้

ทั้งนี้ควรเลือกใช้กันแดดที่เป็น Physical Sunscreen เช่น Zinc oxide หรือ Titanium dioxide ที่เป็น non-nano✅✨

✳️4. ส่วนผสมกลุ่มต้านแบคทีเรีย (Topical antibacterials) ส่วนผสมต้านแบคทีเรียอย่าง Clindamycin และ Erythromycin มักใช้ในสกินแคร์ประเภทรักษาสิว จากข้อมูลงานวิจัยพบว่า การใช้ส่วนผสมชนิดนี้ ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงของการผิดปกติ (Risk of Malfunctions) ที่เพิ่มขึ้นอย่างสำคัญต่อการตั้งครรภ์* (*จากผลทดลองการใช้ในสตรีตั้งครรภ์ 647 คน)✳️

✳️5. Benzoyl peroxide การใช้ Benzoyl peroxide หรือ BP นั้น มีเพียง 5% ที่ถูกดูดซึมผ่านผิวหนังโดยร่างกายจะขับออกมาทางปัสสาวะอย่างสมบูรณ์ ยังไม่มีงานวิจัยทางคลินิกที่พบว่าการใช้ส่วนผสมชนิดนี้มีผลกระทับต่อการตั้งครรภ์และลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์✳️

✳️6. Salicylic acid (BHA) กรดซาลิซิลิค หรือ BHA นั้นเป็นส่วนผสมที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในสกินแคร์เพื่อรักษาสิวหรือผลัดเซลล์ผิว งานวิจัยทางคลินิกหลายชิ้นพบว่า การใช้ส่วนผสมชนิดนี้ ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงของการผิดปกติที่เพิ่มขึ้นอย่างสำคัญต่อการตั้งครรภ์ รวมถึงการคลอดก่อนกำหนด หรือทารกมีน้ำหนักน้อย แม้ BHA จะสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ แต่ก็ในปริมาณที่น้อยมาก จึงไม่น่าจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์✳️

✳️7. Glycolic acid กรดไกลโคลิก คือ AHA ชนิดหนึ่งที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในสกินแคร์เพื่อรักษาสิวหรือผลัดเซลล์ผิว ส่วนผสมชนิดนี้ดูดซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายในปริมาณที่น้อยมาก ทั้งนี้ยังไม่มีงานวิจัยทางคลินิกเกี่ยวกับการใช้ Glycolic acid ในระหว่างการตั้งครรภ์โดยตรง ✳️

🌿โดยสรุป

1.วิตามิน A และอนุพันธุ์, Hydroquinone, และ Chemical Sunscreen นั้น อาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์และทารกในครรภ์โดยตรง ดังนั้นคุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมเหล่านี้



✳️2.ส่วนผสมกลุ่มต้านแบคทีเรีย, Benzoyl peroxide, Salicylic acid (BHA), และ Glycolic acid (AHA) แม้ว่าอาจไม่ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์และทารกในครรภ์โดยตรง แต่ส่วนผสมเหล่านี้มีฤทธิ์เข้มข้น และมีโอกาสระคายเคืองสูงโดยเฉพาะสำหรับผิวที่มีสภาพเปราะบาง (Sensitive) ดังนั้นคุณแม่จึงควรระมัดระวังการใช้ หรือใช้ให้พอเหมาะกับการตอบสนองของผิว✳️



3.งานวิจัยไม่ใช่บทสรุป 100% บางเรื่องยังมีการถกเกียงกันอยู่ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ คุณแม่ตั้งครรภ์ควรตรวจดูส่วนผสมบนฉลากให้ดี แต่ไม่ควร panic จนเกินไป ที่สำคัญเงื่อนไขทางสุขภาพของคุณแม่แต่ละท่านนั้นย่อมแตกต่างกัน กรณีที่สงสัยว่าเราสามารถใช้ผลิตภัณฑ์นี้ได้หรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลหรือที่คุณแม่ฝากครรภ์ไว้จะดีที่สุดค่ะ





Reference https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3114665/ https://medicalxpress.com/news/2020-01-sunscreen-chemicals-absorbed-body.html?fbclid=IwAR2r6P1R4Mz4GKYuBlit2C7zpPvbPsaHf89ECSjbh_Y3MvegFBbg7M_2UiQ

© 2019 SKIN EARTH - A BRAND OF EMBRIO VENTURES